วันพุธที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ตรรกะวิบัติ เรื่องส่วย


ส่ ว ย



          ตั้งแต่อดีตจนถึงในยุคปัจจุบันสมัยนี้ถ้าจะให้พูดถึงเรื่องการคอร์รัปชั่นคงไม่มีใครที่จะปฏิเสธได้เลยว่าการคอร์รัปชั่นเป็นสิ่งที่อยู่กับสังคมมาอย่างช้านาน โดยมีให้เห็นกันอยู่กลาดเกลื่อน คนเราทุกคนย่อมมีความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเงิน อำนาจ หรือชื่อเสียง ถ้าได้มาคงยากที่จะปฏิเสธ…


          เราต่างรู้ดีว่าการคอร์รัปชั่นเป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่ก็ไม่รู้ว่ามันไม่ดีอย่างไร พอไม่รู้ก็เป็นธรรมดาที่ไม่เห็นโทษของการคอร์รัปชั่น จากปัญหาในเรื่องการคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้นจนยิ่งนานวันเข้าคนเรากับไม่เห็นการคอร์รัปชั่นที่เป็น ปัญหา โดยหลายคนอาจมองว่าเรื่องนี้ไม่สำคัญ ไม่ใช่เรื่องของตนเอง แต่หากมองย้อนกลับไป บางสิ่งบางอย่างในความคิดอาจจะเกิดจากการบ่มเพาะมาเป็นเวลานานของสังคมจนเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่อง “ปกติ”


          ตัวอย่าง การคอร์รัปชั่นโดยที่ถ้ามีการทุจริต แต่ประเทศชาติรุ่งเรือง ประชาชนและตัวเราเองได้รับผลประโยชน์อีกทั้งยังกินดีอยู่ดี เราจะยอมรับการทุจริตนี้ได้ไหม ซึ่งถ้ามองถึงความต้องการที่เป็นปัจจัยพื้นฐานสำหรับเราแล้ว คงมีคงจำนวนไม่น้อยที่จะยอมให้มีการทุจริตนี้เกิดขึ้น เพียงเพราะต้องการให้ตัวเองสบาย เราต้องยอมรับความจริงที่ว่า ยังมีคอร์รัปชั่นบางชนิดที่สร้างผลประโยชน์ให้ แต่กระนั้นก็ต้องเข้าใจด้วยว่าผลประโยชน์ที่ได้รับมานั้นจะมาเป็นแบบไม่ยั้งยืนตลอดไป และอาจสร้างความเสียหายที่ยิ่งใหญ่ในอนาคตได้


          การคอร์รัปชั่นจะเป็นสิ่งทำลายบุคคล งบประมาณ การบริหารงานทั้งปวงให้เสียหายได้ทั้งระบบ ด้วยเหตุนี้ประเทศต่างๆจึงพากันหาช่องทางที่จะป้องกันการคอร์รัปชั่นให้หมดไป อีกทั้งบางประเทศได้จัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาเพื่อป้องกันและปราบปรามเหล่าผู้คอร์รัปชั่น พร้อมทั้งออกกฎหมายกำหนดโทษไว้ถึงขั้นรุนแรงเช่นกัน


          ทางด้านนักวิชาการหลายท่าน ก็ได้มีความเห็นตรงกันที่ว่าไม่มีประเทศไหนที่ไม่มีการคอร์รัปชั่น จะมีก็เพียงแต่คำว่า คอร์รัปชั่นน้อยหรือมากเท่านั้น และให้คำนิยามของการคอร์รัปชั่นไว้ว่า คือ การทุจริต การฉ้อโกง การฉ้อราษฎร์บังหลวง เป็นต้น การที่บางประเทศมีการคอร์รัปชั่นต่ำไม่ใช่ว่าเขาควบคุมการคอร์รัปชั่นแบบหอมปากหอมคอ แต่เพราะประเทศเหล่านั้นไม่ยอมให้เกิดการคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ แต่ก็ยังมีเล็ดลอดออกไปอย่างที่เห็นๆได้กันอยู่ ถึงแม้ขณะนี้จะพบว่า มีหลายคนให้ความสนใจในการต่อต้านคอร์รัปชั่นอย่างจริงจัง แต่ต้องยอมรับความจริงว่า คอร์รัปชั่นมันไม่สามารถหมดไปได้


   
          ในประเทศไทยเองก็มีหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบที่มีหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการทุจริตในราชการ หรือก็คือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นั่นเอง เพื่อป้องกันการทุจริตแต่ถึงอย่างนั้นแล้วมีไม่น้อยที่สามารถเล็ดลอดออกไปได้ การคอร์รัปชั่นอย่างหนึ่งไม่ใช่เรื่องเล็กๆที่คนๆเดียวจะทำได้ แต่เพราะสินบนที่ปิดปากไว้ ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นต่อสิ่งนั้น ก็ได้เงินหรือตำแหน่งต่างๆมาไว้ในมือแล้ว



          อยู่เฉยๆแล้วได้เงิน…ใครจะไม่เอาล่ะ อย่างที่เราเห็นและรู้กันอยู่ มนุษย์มีความ “โลภ” มี “กิเลส” ความต้องการ ความอยากได้ อยากมี อยากเป็น ส่วนตัวการที่คอร์รัปชั่นไม่หมดไปอาจจะเป็นเพราะโดยที่เราเองก็เป็นผู้ “ร่วม” ขบวนการเช่นกัน จากด้านบนที่ได้เกริ่นถึง การคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้นอาจจะมาจากการบ่มเพาะมาเป็นเวลานานจนเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ ย้อนไปเมื่อตั้งแต่วัยเด็ก เราเคยมีความคิดที่อยากได้ของของเพื่อนบ้างหรือเปล่า ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตา กิ๊บติดผม หุ่นยนต์ โตขึ้นมาหน่อยก็เป็น ไม้บรรทัด หรือ กล่องดินสอ ก็ตาม หยิบไปโดยไม่บอกกล่าวเพราะคิดว่า “เดี๋ยวเพื่อนก็คงมีไม้บรรทัดอย่างนี้อีก คงไม่เป็นไรถาเราจะเอาไป” หรือไม่ แม้กระทั่ง ขนมหรือของกินก็ตาม เมื่อของเหล่านี้อยู่ตรงหน้าแต่โดนสั่งว่าอย่าเพิ่งทานนะ แต่เราก็อดไม่ได้ที่จะชิมสักเล็กน้อย ยิ่งมีครั้งแรกก็ต้องมีครั้งต่อไป และต่อไปเรื่อยๆ


          ในปัจจุบันมนุษย์รักความสบายยิ่งขึ้นยอมให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่รัฐจนเป็นเรื่องปกติ เพื่อให้ได้สิ่งของที่ตนต้องการถือเป็นเรื่องปกติที่ใครๆก็ทำกันจนกลายเป็น “ค่าน้ำร้อนน้ำชา” ที่ต้องให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ จนกลายเป็นภาพเหมารวมที่ว่าถ้าเราจะมาติดต่ออะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวกับรัฐเพื่อให้ได้รับความสะดวกสบาย เราต้องจ่ายค่าน้ำร้อนน้ำชา เพื่อให้ตนได้รับความสบาย



          ทั้งนี้การจ่ายเงินใต้โต๊ะหรือที่บางท่านอาจเรียกว่าการจ่าย ”ส่วย” ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อการขับรถยนต์ที่บรรทุกของเกินความสูงให้ผ่านออกมาจากด่านหรือป้อมตำรวจนั้น จนเกิดกลายเป็นธรรมเนียมการจ่าย ส่วยแบบ”รายเดือน”ไปซะงั้น ดูเหมือนว่าตกลงการจ่าย”ส่วยประจำเดือน”เป็นสิ่งปกติและถูกต้องไปเช่นนั้นแล้ว คนรับเองก็ไม่เกี่ยงดีซะอีกอยู่เฉยๆใช้ตำแหน่งจัดการให้ก็ได้เงิน คนจ่ายเองก็ดีใจแค่จ่ายไปก็สามารถทำผิดได้เรื่อยๆ มูลค่าเงินที่ต้องจ่ายส่วยให้เจ้าหน้าที่ต่างไม่เท่ากันในแต่ละคน จากน้อยไปมาก แต่เชื่อว่าหลายๆคนก็เลือกที่จะทำ



          ยกตัวอย่างเช่นข่าว รถสิบล้อร้องตำรวจทางหลวงเรียกรับส่วย (ข้อมูลข่าวจากเว็บไซต์ เดลินิวส์ 07 กันยายน 2554 ) ผู้ประกอบการรถบรรทุกสิบล้อทั่วประเทศ เรียกร้องให้โยกย้ายผู้บังคับการตำรวจทางหลวง หลังปฏิบัติหน้าที่มิชอบด้วยการเรียกรับส่วย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน เป็นเงินไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท


          เราจะเห็นได้ชัดว่าข่าวข้างต้น กล่าวถึงสังคมปัจจุบันที่มีการคอร์รัปชั่นจากการจ่ายส่วย การร้องเรียกการเก็บส่วยของเจ้าหน้าที่ ซึ่งอันในอันที่จริงแล้วทุกคนล้วนไม่ต้องการมีความผิดคนบางส่วนยอมจ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่เป็นค่าผ่านทาง ซึ่งเราเองก็ยอมรับว่าการจ่ายส่วยรายเดือนให้ตนผ่านเส้นทางจราจรเพื่อประกอบทำอาชีพนั้น มีอยู่ทั่วทุกแห่ง ด้วยเหตุผลที่ว่าจะใช้เพื่อในการเบิกทางการขับขี่รถยนต์เมื่อเรามีปัญหาก็ให้เจ้าหน้าที่ ที่รับส่วยของเรานั้นจัดการกับปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นกับเรา


          ถ้าจะถามถึงผู้จ่ายส่วยว่ายินดีที่จะจ่ายหรือเปล่า คงหนีไม่พ้นคำตอบว่ายินดี จ่ายให้เพราะไม่ใช่ว่าเขาจะเป็นคนเดียวที่ทำเพราะ“ยังมีคนอื่นๆที่ทำเช่นเดียวกัน” รู้ว่ามันผิดไม่ควรทำแต่คนอื่นๆเขาก็ทำกันทั้งนั้น ลองมองในส่วนกลับกัน ถ้าเราเป็นเจ้าหน้าที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่เองไม่ใช่คนเดียวที่จะมีการเรียกเก็บส่วยอาจจะเกิดความคิดที่ว่า“ที่ไหนๆเขาก็ทำกันทั้งนั้น ถึงเราไม่ทำคนอื่นก็ทำอยู่ดี” โดยในแต่ละพื้นที่ก็จะมีเจ้าหน้าที่ ที่เป็นคนใหญ่คนโตควบคุมดูแลอยู่ ก็ย่อมเป็นเรื่อง่ายที่จะทำการคอร์รัปชั่นโดยการเรียกเก็บค่าส่วย


          หากจะถามถึงเหตุผลการคอร์รัปชั่นบนทางจราจรแล้ว เราคงต้องมองย้อนไปถึงตัวของผู้ใช้ทางจราจรและตัวเจ้าหน้าที่ ว่าเริ่มมาจากอะไรจึงมีส่วยแบบรายเดือนเกิดขึ้น ซึ่งก็ต้องมาจากการที่เราทำผิดกฎจราจร หรือผู้ที่ทำกิจการ โรงงาน ต่างๆที่ต้องบรรทุกที่ทำผิดกฎขับผ่านเส้นทางเป็นประจำ ความที่ต้องเป็นประจำโดยอาชีพนั้นส่งผลต้อข้อตกลงกับเจ้าหน้าที่ เกิดการส่ง “ส่วยประจำเดือน” ขึ้น


          ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นประโยคที่ว่า“ยังมีคนอื่นๆที่ทำเช่นเดียวกัน” หรือว่าจะเป็น “ที่ไหนๆเขาก็ทำกันทั้งนั้น ถึงเราไม่ทำคนอื่นก็ทำอยู่ดี” เป็นเพียงการสรุปนอกประเด็นที่ใช้เป็นเกราะปกป้องตัวเองให้การทำผิดเป็นเรื่องที่ดูปกติไม่ได้ผิดแปลกอะไรเลย โดยที่การยกเอาความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ยืนยันความถูกต้องในประเด็นต่างๆของตนเอง


          สำหรับคนส่วนใหญ่แล้วอาจมีมุมมองทางความคิดในเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ การทุจริตจึงกลายเป็นเรื่องที่ทำง่ายเพราะทำกันจนชินไปเสียแล้ว หรือบางครั้งถึงแม้เราจะรู้ว่ามันผิดแต่เนื่องจากอาจมีสาเหตุบางหรืออะไรบางที่บีบบังคับให้เราต้องทำอย่างนั้น



          อย่างไรก็ตามคอร์รัปชั่นคงยังเกิดขึ้นถ้ายังมีคนที่เห็นดีเห็นงาม ทำเป็นปิด หู ปิดตา ปิดปาก รอรับเงินใส่กระเป๋าเพื่อให้มีการทุจริตเกิดขึ้น ทั้งนี้ก็อยู่ที่ตัวของทั้ง2ฝ่ายทั้งฝ่ายกระทำและฝ่ายเห็นดีเห็นงาม แต่ท้ายที่สุดสิ่งที่ทำผิดพลาดไปอาจแก้ไขไม่ได้แล้ว...




          บทความนี้ฉันเขียนขึ้นเพื่อส่งอาจารย์ในรายวิชาตอนปี 1 และอยากนำเสนอให้ผู้อ่านได้อ่านกัน ติชมได้ค่ะ หลังจากนี้อาจจะมีงานเขียนต่างๆ ฝากติดตามกันด้วยนะคะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่า
             

เขียนโดยกวินณา บูชา (เกล)
วันที่ 17 ตุลาคม 2558

ตรรกะวิบัติ เรื่องส่วย

ส่ ว ย           ตั้งแต่อดีตจนถึงในยุคปัจจุบันสมัยนี้ถ้าจะให้พูดถึงเรื่องการคอร์รัปชั่นคงไม่มีใครที่จะปฏิเสธได้เลยว่าการคอร์รั...